วันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

แรงบันดาลใจเล็กๆ (2) @หมู่บ้านโคกสูง

วันที่ 11 ของการฝึกงานเภสัชกรรมปฐมภูมิ

 กิจกรรมช่วงบ่าย " การเยี่ยมบ้านโคกสูงกับพี่ๆพยาบาลวิชาชีพ "

วันนี้ตลอดช่วงบ่ายตั้งแต่ 13.00 น. - 18.00 น. เป็นประสบการณ์การเรียนรู้ในชุมชมที่มีคุณค่าและคุ้มค่ามากกับเวลา 5 ชั่วโมงที่อยู่ในหมู่บ้านโคกสูง

  • เยี่ยมผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรดหอบหืด และจิตเวช)     จำนวน 11 ราย พร้อมแก้ปัญหาการใช้ยาและ non-compliance 
  • เยี่ยมผู้พิการทางสายตา
  • ส่งต่อผู้ป่วย gout attack เพื่อรับยา indomethacin ที่รพสต. 
  • ส่งต่อผู้ป่วยหอบหืด เพื่อรับยาและรักษาอย่างต่อเนื่องที่โรงพยาบาลอุบลรัตน์
  • เยี่ยมเด็กป่วย 2 ราย
  • ตรวจร้านชำที่ขายยาในหมู่บ้าน 
ตาพ. และยายน. เจ้าของโกดังยา
ตาพ.กับยายน. เป็นผู้ป่วยเรื้อรังบ้านแรกที่เข้าไปเยี่ยม โดยตาพ.มีโรคประจำตัว คือ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมัน ส่วนยายน. นั้นมีโรคประจำตัวคือความดันโลหิตสูงเพียงอย่างเดียว จากคำบอกเล่าของพี่พยาบาลคุณตากับคุณยายได้ฉายา เจ้าของโกดังยา เพราะจะเก็บยาทุกชนิดทั้งที่ใช้และไม่ใช้รวมกันไว้ในทุกยาเพียงใบเดียวซึ่งจะมียารวมไว้เยอะทั้งคู่ แต่ถ้าจะให้ฉันเปรียบเทียบฉันคิดว่า โกดังของคุณตาใหญ่กว่าของคุณยายเยอะค่ะ จากการรื้อโกดังยาของคุณตาและคุณยายพบว่า ในถุงยาของคุณตานั้นมีทั้งยาที่เพิ่งได้รับมา ยาหมดอายุ และยาเสื่อมสภาพปะปนกันอยู่ จึงได้จัดการแยกยาให้คุณตาพร้อมทั้งเขียนหน้าซองด้วยปากกาเคมีให้อ่านง่ายชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ยังแถมกระปุกใส่ยาสำหรับพกยามื้อเที่ยงให้คุณตาไปกินที่ทำงานด้วยค่ะ สำหรับคุณยายน. แม้โกดังจะเล็กไม่มียาหมดอายุ แต่สิ่งที่พบในโกดังของคุณยาย คือ ยาชุดที่ประกอบไปด้วย ยาเม็ดสีสันสดใสจำนวน 4 เม็ด จากการสอบถามพบว่าเป็นยาชุดแก้หวัดที่ซื้อจากการเร่ขาย ก็ได้แนะนำโทษของยาชุดนี้พร้อมทั้งขอเก็บยามาทิ้งให้ค่ะ นอกจากนี้คุณพ. ยังมีปัญหาจากการใช้ยาอีก 2 อย่าง คือ การไอมากๆ จากยา enalapril (แนะนำให้บอกแพทย์ในวันนัดที 7 มีค 57) และการกิน aspirine แล้วแสบท้องมากจนต้องซื้อแอลตาซิลมารับประทาน จากการสอบถามพบว่าคุณตาได้เคี้ยวยาก่อนกินเนื่องจากกลัวยากันกระเพาะเลยเคี้ยวแทนกระเพาะ กลายเป็นว่าทำให้กัดกระเพาะมากกว่าเดิมเพราะการเคี้ยวจะยิ่งทำลายตัวเคลือบเม็ดยาที่ช่วยลดการกัดกระเพาะจึงได้แนะนำให้คุณตากินทั้งเม็ดหลังอาหารทันทีแทนค่ะ

ตรวจสวนผัก ยายอ. และ น้องป.  
บ้านยายอ. มีผักสวนครัวแปลงใหญ่อยู่หน้าบ้าน ซึ่งก่อนเข้าบ้านนี้พี่พยาบาลวิชาชีพบอกว่าเราจะมาตรวจสวนผักกัน ตอนแรกก็แปลกใจว่ามาเยี่ยมผู้ป่วยเรื้อรังแล้วเกี่ยวกับสวนผักอย่างไรหนอ??? ยายอ. มีโรคประจำตัว คือ โรคหอบหืด จากการเยี่ยมบ้านพบว่าคุณยายเก็บยาเรียบร้อยดีมาก ยาที่คุณยายใช้ประกอบด้วย seretide evohaler, theophyline, salbutamol MDI ซึ่งคุณยายพ่นยาพร้อมใช้ spacer ได้ถูกต้องตามเทคนิค แต่คุณยายไม่ได้กินยา theophyline เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นยาในกลุ่มบรรเทาอาการถ้าไม่หอบก็จะหยุดกิน จึงได้แนะนำยาของคุณยายใหม่ว่ายาชนิดไหนบ้างที่ใช้ควบคุมอาการของโรคและยาชนิดไหนใช้สำหรับบรรเทาอาการเมื่อหอบ อีกทั้งได้แนะนำวิธีการเก็บล้าง spacer ใหม่ เนื่องจากคุณยายจะใช้แปรงในถู spacer พร้อมทั้งให้ไปรับ spacer อันใหม่ที่โรงพยาบาล (พรุ่งนี้ยายจะไปหาหมอตามนัดพอดี) เมื่อคุยกับคุณยายเรียบร้อยต่อมาก็ได้คุยกับน้องป. ซึ่งเป็นผู้ป่วยจิตเวช ซึ่งพี่พยาบาลก็ได้บอกว่า น้องป.นี้แหละเป็นเจ้าของสวนผักที่เราจะมาตรวจกัน จึงถึงบางอ้อว่า พี่เค้าได้ส่งเสริมให้น้องป.ได้มีกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ทำ เป็นการช่วยพัฒนาศักยภาพของผู้ป่วยจิตเวช สำหรับปัญหาการใช้ยาของน้องป.นั้น คือการกินยาทุกไม่ถูกต้องตามเวลาที่ระบุ จึงได้สอนการอ่านฉลากยาและเขียนฉลากยาใหม่เพื่อการอ่านที่ง่ายขึ้น ก่อนกลับก็ได้ตรวจแปลงผักของน้องป. พร้อมกับชมเชยให้กำลังใจเพื่อให้น้องมีกำลังใจที่จะทำต่อไปค่ะ  
ยายส. ที่รอคอย
 ก่อนเลี้ยวเข้าบ้านคุณยายอ. คุณยายส.ที่อยฦู่บ้านตรงข้ามได้ออกมานั่งรอบรรดาคุณหมอแล้ว แม้วันนี้ไม่ได้มีโปรแกรมเข้าไปเยี่ยมคุณยายส. แต่เมื่อคุณยายมานั่งรอแล้วเราก็เข้าไปสอบถามพูดคุย สารทุกข์สุขดิบทั่วไป ซึ่งจากเหตุการณ์นี้ทำให้ฉันได้เรียนรู้ว่าเราไม่สามารถที่จะกำหนดชุมชนให้เป็นไปทามแผนของเราได้และการเยี่ยมบ้านนั้นก็ไม่จำเป็นต้องมุ่งเน้นไปที่การดูแลผู้ป่วยเพียงอย่างเดียว แต่ให้เราทำตัวเองให้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนแล้วเราก็จะเข้าใจบริบทของชุมชนมากขึ้น การมองปัญหาหรือการแก้ปัญหาก็จะออกมาจากมุมมองชุมชน ไม่ใช่มุมมองของคนภายนอกที่มองเข้าไป

ตาร. กับข้อที่ปวด

ตาร. มีโรคเกาต์เป็นโรคประจำตัว วันนี้ขณะที่ไปเยี่ยมพบว่าตาร.เกิด gout attack มีบวม แดง ร้อน ที่บริเวณข้อมือซ้าย และมีตุ่ม tophi ที่ข้อเท้าซ้าย จากการพูดคุยพบว่า คุณตาร. มียาสำหรับโรคเกาต์ ได้แก่ ยา allopurinol และ ยา colchicine โดยมีอาการมาประมาณ 1 สัปดาห์แล้ว ได้กินยา colchicine แล้วแต่ไม่ดีขึ้น โดยยา colchicine นั้นเพิ่งเริ่มกินหลังจากที่ปวดมาได้หลายวันแล้ว ส่วนยา allopurinol นั้นกินอยู่เป็นประจำ สำหรับคุณตาร. ยาที่จะสามารถช่วยรักษาอาการ gout attack ได้ คือ ยากลุ่ม NSAIDs เนื่องจากคุณตาร.เกิด gout attack เกิน 48 ชั่วโมงแล้ว จึงได้เขียนใบส่งต่อให้ผู้ป่วยไปรับยา indomethacin ที่รพสต. พร้อมทั้งให้คำแนะนำครางหน้าถ้าเริ่มมีอาการปวดตึงๆหรือปวดบริเวณข้อก็ให้รีบกินยา colchicine ภายใน 1-2 วันแรกทันที ถ้ายังไม่ดีขึ้นก็ให้ไปรับยาแก้ปวดเกาต์กำเริบที่รพสต. สำหรับกรณีตาร.นี้ทำให้ฉันได้เรียนรู้ถึงบทเรียนเกี่ยวกับยา NSAIDs ว่าเป็นดาบสองคมจริงๆบางครั้งบุคคลากรทางการแพทย์ไม่กล้าสั่งให้ผู้ป่วยไว้ใช้ เพราะกลัวการใช้พร่ำเพรื่อแล้วเกิดผลเสีย แต่ในอีกมุมหนึ่งที่เป็นกรณีจำเป็นเช่นตาร.มีแค่ colchicine ที่ไม่สามารถจะรักษาเกาต์กำเริบมา 7 วันได้ สำหรับความเห็นส่วนตัวการแก้ปัญหาเรื่องที่น่าจะต้องอธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจให้ได้ว่า ผู้ป่วยต้องทำอย่างไรเมื่อเกิดเกาต์กำเริบ เมื่อไหร่จะใช้ colchicine เมื่อไหร่จะใช้ NSAIDs พร้อมทั้งบอกข้อเสียของการใช้ NSAIDs ที่ไม่ถูกต้อง น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่าการไม่ให้ยาที่จำเป็นต่อผู้ป่วย
 

ยายท. กับยาลูกรัก
ยายท. มีโรคประจำตัวคือ โรคความดันและโรคหัวใจ บ้านของยายท.ค่อนข้างมีฐานะดี เมื่อเข้าไปพูดคุยเกี่ยวกับการใช้ยาของยาย พบว่าในถุงยาของคุณยายนั้นมียาชุดหนึ่งประกอบด้วยยาเม็ดสีเหลือง คุณยายบอกว่าเป็นยาชุดแก้ปวดของตา ซึ่งซื้อมาจากร้านชำในหมู่บ้านโดยปกติก็ไม่อยากกินเพราะกลัวอันตราย แต่ตาปวดเข่ามากจริงๆ เวลาปวดแต่ละครั้งหัวเข่าก็จะบวมมาก เคยไปตรวจที่โรงพยาบาลหลายครั้งแล้วก็ไม่ดีขึ้น ก็เลยต้องซื้อยาชุดนี้มากิน จึงได้ให้คำแนะนำไปว่า ยาชุดนี้นั้นมีโทษมากกว่าประโยชน์ชั่วคราวพร้อมทั้งแนะนำให้ไปพบแพทย์ใหม่ เพื่อจะได้รับการวินิจฉัยให้ถูกต้องต่อไป แต่ก็ได้จนชื่อและประวัติผู้ป่วยมาเพื่อค้นหาข้อมูลที่โรงพยาบาลว่าผู้ป่วยเป็นอะไร และเคยได้รับการวินิจฉัยโรคเกาต์หรือไม่เพื่อติดตามดูแลต่อไป (อย่าหาว่าฉันเน้นเฉพาะโรคเกาต์เลยนะค่ะ เพราะเจออย่างนี้แล้วอดสงสัยไม่ได้เพราะตลอดเวลาที่ฝึกงานมาประมาณ 2 สัปดาห์ โรคนี้คือโรคยอดฮิตของผู้ชายแถวนี้จริงๆค่ะ) เมื่อนั่งคุยไปสักพักคุณยายก็ได้หยิบสมุนไพรขวดหนึ่งที่ลูกซื้อมาให้ ราคาขวดละ 2700 บาท ซึ่งคุณยายบอกว่ารักษาได้ทั้งโรคข้อ โรคหัวใจ คุณตากินยาตัวนี้อยู่เป็นประจำก็รู้สึกว่าดีขึ้น ส่วนคุณยายก็กินบ้างแต่ไม่ค่อยกล้ากินเท่าไหร่จึงอยากถามว่าปลอดภัยหรือไม่ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ายาสมุนไพรชนิดนี้ ทะเบียนยาแผนโบราณถูกต้องเมื่อตรวจสอบจากเวบไซต์ก็ได้ขึ้นทะเบียนเป็นชื่อนี้จริงจากอย. ซึ่งก็น่าจะปลอดภัยในระดับหนึ่งแต่ก็ยังอดสงสัยสัยไม่ได้ว่ายาในขวดนี้มีอะไรผสมอยู่หรือไม่ ทำไมถึงอวดอ้างสรรพคุณได้หลายโรคเหลือเกิน ในใจก็คิดถึงชุดตรวจเสตียรอยด์สมัยเรียนคุ้มครองผู้บริโภค ถ้ามีชุดนั้นอยู่กับตัวคงทำให้เกิดความกระจ่างมากกว่านี้ (จะได้สบายใจเบื้องต้นว่ามีสเตียรอยด์หรือไม่) สุดท้ายก็ได้แต่แนะนำคุณยายไปว่าคุณยายมีโรคหัวใจเป็นโรคประจำตัวยาสมุนไพรในขวดนี้อาจมีชนิดใดชนิดหนึ่งที่เป็นอันตรายต่อหัวใจหรือตีกับยาที่คุณยายกินอยู่ก็ได้ คุณยายอย่ากินเลยแต่ถ้าอยากกินก็ให้กินน้อยที่สุดนะค่ะ จากรณีนี้ขอเสนอแนะความคิดเห็นส่วนตัวสักเล็กน้อยว่า จะเป็นไปได้ไหมที่จะมีชุดอุปกรณ์ตรวจสเตียรอยด์พกออกไปด้วยเพื่อว่าจะได้ตรวจให้เกิดความกระจ่างในเบื้องต้น ถ้าทีมที่ออกเยี่ยมบ้านมีอุปกรณ์เสริมเหล่านี้พร้อมกับมีทักษะการใช้น่าจะช่วยให้เกิดการดูแลระบบยาในชุมชนที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นค่ะ (เหมือนกับเสริมอาวุธให้ทีมแข็งแกร่งขึ้น)


ตาม. ผู้ศรัทธายาหลอดม่วง

ตาม.เป็นผู้ป่วยโรคหอบหืดที่มีรายได้น้อย ในครอบครัวมีหลานสาวที่พิการทางสมองจากติดเชื้อวัณโรคจนเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ตาม. ใช้ยา seretide accuhaler กับ salbutamol ซึ่งคุณตาบอกว่าไปซื้อมาเองจากคลินิก หมดแล้วก็ไปซื้อมาพ่นเอง จากการพูดคุยคุณตาบอกว่าถ้าไปหาโรงพยาบาลจะไม่ได้ตัวสีม่วง อยากได้ตัวสีม่วง เพราะยายอ. ข้างบ้านบอกว่าใช้ดี ใช้แล้วหาย ซึ่งไปซื้อคลีนิกราคาแพงมากแต่ก็ยอม เพราะน่าจะหายจริงๆ จากการประเมินอาการของโรคหอบแล้วพบว่าคุณตายังควบคุมไม่ได้ ดังนั้นจึงได้แนะนำให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อจะได้เข้าคลีนิกโรคเรื้อรังพร้อมทั้งมีการติดตามการรักษา ตอนแรกคุณตาก็ลังเลเลยบอกไปว่าที่โรงพยาบาลก็มีสีม่วงเหมือนกันคุณตาจึงยอมไป  


" จากเรื่องเล่าที่กล่าวมาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของงานบริบาลเภสัชกรรมปฐมภูมิที่ฉันได้พบมา...เรื่องราวเหล่านี้เป็นแรงบันดาลใจเล็กๆ ให้ฉันมุ่งมั่นที่จะเป็นเภสัชกรสายพันธุ์ปฐมภูมิต่อไป เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้ฉันได้เรียนรู้ว่าการบริบาลเภสัชกรรมนั้นไม่ได้เกิดขึ้นในห้องจ่ายยาหรือบนหอผู้ป่วยเพียงอย่างเดียว...และเรื่องราวบางอย่างคุณจะไม่มีทางรู้และแก้ปัญหาให้ผู้ป่วยได้เลยถ้าคุณอยู่แค่ในห้องสี่เหลี่ยมที่มีช่องรับยากั้นอยู่ "






แรงบันดาลใจเล็กๆ

(วันที่ 11)

ช่วงเช้าได้ไปชุมชนบ้านทุ่่งโปร่งเพื่อติดตามการบริบาลเภสัชกรรมรายครอบครัวของผู้ป่วยโรคไตวายระยะสุดท้ายและผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่เป็นโรคเกาต์ร่วมด้วย 

        พบว่ามีสิ่งที่น่ายินดีมากเกิดขึ้นคือ วันนี้คุณยายที่ป่วยเป็นโรคไตระยะสุดท้ามีหน้าตาสดชื่นแจ่มใส สามารถลุกขึ้นเดินรอบๆบ้านได้ ซึ่งปกติทุกวันที่เข้าไปเยี่ยมคุณยายจะนอนอยู่กับเตียงที่หน้าบ้านตลอด เวลาจะลุกไปเข้าห้องน้ำก็ต้องให้ลูกชายช่วยพยุงแต่วันนี้คุณยายมีหน้าตายิ้มแย้มสดชื่นและสามารถเดินไปไหนเองได้แม้จะใช้ไม้เท้าช่วยพยุงก็ตาม ซึ่งสิ่งที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนอย่างเห็นได้ชัดของครอบครัวนี้เมื่อคุณยายมีอาการดีขึ้นจนสามารถลุกไปไหนเองได้ คือ ลูกชายที่ต้องคอยดูแลแม่ทั้งวันกับลูกสะใภ้ก็มีสีหน้าที่สดชื่นขึ้น อีกทั้งลูกชายยังสามารถออกไปทำนาได้เป็นช่วงๆ โดยไม่ต้องเป็นห่วงแม่มากเท่าวันแรกๆที่เข้าไปเยี่ยม สำหรับฉันรอยยิ้มแห่งความยินดีนั้นปรากฎตั้งแต่ยายเดินออกจากบ้านเองได้ โดยความคิดเห็นส่วนตัวฉันคิดว่า


"สิ่่งที่ทำให้คุณยายมีอาการดีขึ้นมากนั้นเกิดจากยาต่างๆที่ช่วยบรรเทาอาการเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญที่เป็นแรงผลักดันให้คุณยายมีอาการดีขึ้น คือ กำลังใจจากครอบครัว"



      เนื่องจากเมื่อวานเป็นวันอาทิตย์ลูกของคุณยายทั้งสามคนจะหยุดงานแล้วกลับมาอยู่กับคุณยายที่บ้านพร้อมหน้ากันทั้งครอบครัวนอกจากนี้บรรดาญาติๆและหลานๆที่อยู่ในละแวกเดียวกันก็ได้แวะมาเยี่ยมและพูดคุยกับคุณยายหลายคน จึงน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คุณยายมีอาการดีขึ้นมาก โดยขณะที่ไปหาหลานสาวของคุณยาย เพื่อสอบถามเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพ คัดกรองเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เนื่องจากเป็นผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง คือ อายุมากกว่า 35 ปี มีประวัติครอบครัวเป็นโรคเบาหวานเกือบทั้งตระกูล  ฉันเองก็อดภูมิใจไม่ได้ที่หลานสาวของยายได้เล่าให้ฟังว่า "ได้ชมว่ายาของคุณยายที่จัดอยู่กล่องเป็นมื้อๆนั้น ดูดีและสะดวกมาก ซึ่งตอนนั้นคุณยายได้เล่าให้พี่ฟังว่าลูกหมอที่มาเยี่ยมเป็นคนให้และก็มาดูแลยายเกือบทุกวันเลย" (ลูกหมอ คือ สรรพนามที่ใช้เรียกแทนนักศึกษาฝึกงาน ส่วนคุณหมอ คือ เภสัชกร พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่รพสต. สำหรับแพทย์นั้นจะใช้คำว่า หมอใหญ่) 
      สำหรับคุณตาที่ป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังที่เพิ่งตรวจพบโรคเกาต์นั้น จากการไปเยี่ยมในวันนี้พบว่าคุณตาได้รับประทานยา allopurinol ซึ่งเป็นยาลดระดับกรดยูริกในเลือดแล้ว ซึ่งวันแรกที่คุณตาได้รับยามาคุณตาไม่ยอมกิน เนื่องจากยาที่กินอยู่นั้นเยอะแล้วไม่อยากกินเพิ่ม ซึ่งตอนนั้นได้

" อธิบายถึงความสำคัญของยาลดระดับกรดยูริกในเลือด แม้จะไม่มีอาการแสดงของโรคเกาต์คือ ปวดข้อก็จำเป็นต้องรับประทานเพื่อลดภาวะแทรกซ้อนทางไตและหัวใจจากการสะสมของกรดยูริกที่เนื้อเยื่อไตและหัวใจได้ "


          ตอนแรกก็แอบกังวลว่าจะทำอย่างไร จะพูดยกตัวอย่างแบบไหนดี แต่วันนี้เมื่อเห็นคุณตายอมกินยาไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่ก็ทำให้ฉันสบายใจว่าคงไม่ยากอย่างที่คิด แต่ก็คงต้องติดตามกันต่อไปว่าคุณตาจะกินยาต่อไปหรือไม่ อะไรคือเหตุผลหลักที่ทำให้คุณตายอมกินยา และสุดท้ายยา allopurinol จะทำให้โรคไตวายของคุณตาดีขึ้นหรือไม่ เป็นสิ่งที่น่าค้นหาและติดตามกันต่อไปค่ะ


" การไปชุมชนบ้านทุ่งโปร่งในวันนี้>>>ทำให้ว่าที่เภสัชกรสายพันธ์ุปฐมภูมิตัวน้อยๆอย่างฉันได้เรียนรู้ว่าการบริบาลเภสัชกรรมรายครอบครัวนั้นไม่ได้ง่ายแต่ก็คงไม่ยากเกินความสามารถของเภสัชกรไทย "


วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

การฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพเภสัชกรรมปฐมภูมิ (Primary Care Professional Practice)

การฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพเภสัชกรรมปฐมภูมิ ???

  • หลายคนอาจสงสัยการฝึกงานเภสัชกรรมปฐมภูมิ คือ อะไร

การฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพเภสัชกรรมปฐมภูมิ = การฝึกงานปฏิบัติงานวิชาชีพในอีกบทบาทหนึ่งของเภสัชกรที่มีความสำคัญมากต่อระบบสุขภาพของประเทศไทย ซึ่งหลักสูตรนี้สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์กับแหล่งฝึกงานวิชาชีพเภสัชกรรมปฐมภูมิได้ร่วมกันพัฒนาขึ้นมา เป็นหลักสูตรที่เน้นให้นักศึกษามีทักษะการบริบาลเภสัชกรรมปฐมภูมิทั้ง 3 ระดับ ได้แก่ 
  1. การบริบาลเภสัชกรรมปฐมภูมิในระดับบุคคล
  2. การบริบาลเภสัชกรรมปฐมภูมิในระดับครัวเรือน
  3. การบริบาลเภสัชกรรมปฐมภูมิในระดับชุมชน
เพื่อมุ่งเน้นให้นักศึกษาเรียนรู้บทบาทของเภสัชกรในการดำเนินงานบริบาลเภสัชกรรมปฐมภูมิทั้ง 3 ระดับ พร้อมทั้งเกิดทักษะและความชำนาญในการบริบาลเภสัชกรรมปฐมภูมิ

การบริบาลเภสัชกรรมปฐมภูมิระดับบุคคล ???

  • ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับยาและสุขภาพ (ให้คำปรึกษา = ฟังให้เข้าใจถึงปัญหาของผู้ป่วย)
  • เฝ้าระวัง คัดกรอง ค้นหาปัจจัยเสี่ยง ให้คำแนะนำแก่ผู้ที่มีความเสี่ยง และส่งต่อผู้ป่วยเรื้อรัง
  • การประเมินตรวจผู้ป่วยเบื้องต้น เพื่อค้นหาอาการแทรกซ้อนจากยาและโรค
  • ประเมินผลการบำบัดด้วยยา (อย่าลืมคิดถึงความร่วมมือในการใช้ยาของผู้ป่วยด้วย)
  • การส่งมอบยาที่มีกระบวนการบริบาลเภสัชกรรม
  • การฝึกทักษะให้ผู้ป่วยดูแลตัวเองได้
"  หัวใจ คือ ให้ผู้ป่วยคิดเองได้ว่าต้องทำอย่างไร "

การบริบาลเภสัชกรรมปฐมภูมิระดับครอบครัว ???

  • การบริบาลเภสัชกรรมทั้งครอบครัว (ดูแลทุกคนในครอบครัว)
  • ทบทวน ค้นหาประเมินและแก้ไขปัญหาด้านยา&สุขภาพของครอบครัว
  • นำผังเครือญาติมาวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของคนในบ้าน เช่น คนที่มีอำนาจในบ้าน คนที่ให้การดูแล เป็นต้น เพื่อเชื่อมโยงกับงานบริบาลเภสัชกรรม
  • การบันทึกการใช้ยาประจำครัวเรือนใน family folder เพื่อเชื่อมโยงระบบยาประจำครัวเรือนกับรพสต.
"  หัวใจ คือ การดูแลครอบคลุมทุกคนในครอบครัวไม่ได้เน้นเฉพาะคนป่วยเท่านั้น" 

การบริบาลเภสัชกรรมระดับชุมชน ???

  • การบริบาลเภสัชกรรมที่เน้นการดูแลทั้งชุมชน เช่น การคัดกรองโรคเรื้อรังที่พบบ่อยในชุมชนโดยเน้นคัดกรองทั้งชุมชน การดูแลสุขภาพและแก้ปัญการใช้ยาโรคหลักที่พบในชุมชน เป็นต้น
  • การจัดการปัญหาด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพระดับชุมชน
  • การคุ้มครองผู้บริโภคในชุมชน
"  หัวใจ คือ การบริบาลเภสัชกรรมชุมชนมีความหมายที่กว้างกว่าการคุ้มครองผู้บริโภคในชุมชน"