วันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

แรงบันดาลใจเล็กๆ

(วันที่ 11)

ช่วงเช้าได้ไปชุมชนบ้านทุ่่งโปร่งเพื่อติดตามการบริบาลเภสัชกรรมรายครอบครัวของผู้ป่วยโรคไตวายระยะสุดท้ายและผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่เป็นโรคเกาต์ร่วมด้วย 

        พบว่ามีสิ่งที่น่ายินดีมากเกิดขึ้นคือ วันนี้คุณยายที่ป่วยเป็นโรคไตระยะสุดท้ามีหน้าตาสดชื่นแจ่มใส สามารถลุกขึ้นเดินรอบๆบ้านได้ ซึ่งปกติทุกวันที่เข้าไปเยี่ยมคุณยายจะนอนอยู่กับเตียงที่หน้าบ้านตลอด เวลาจะลุกไปเข้าห้องน้ำก็ต้องให้ลูกชายช่วยพยุงแต่วันนี้คุณยายมีหน้าตายิ้มแย้มสดชื่นและสามารถเดินไปไหนเองได้แม้จะใช้ไม้เท้าช่วยพยุงก็ตาม ซึ่งสิ่งที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนอย่างเห็นได้ชัดของครอบครัวนี้เมื่อคุณยายมีอาการดีขึ้นจนสามารถลุกไปไหนเองได้ คือ ลูกชายที่ต้องคอยดูแลแม่ทั้งวันกับลูกสะใภ้ก็มีสีหน้าที่สดชื่นขึ้น อีกทั้งลูกชายยังสามารถออกไปทำนาได้เป็นช่วงๆ โดยไม่ต้องเป็นห่วงแม่มากเท่าวันแรกๆที่เข้าไปเยี่ยม สำหรับฉันรอยยิ้มแห่งความยินดีนั้นปรากฎตั้งแต่ยายเดินออกจากบ้านเองได้ โดยความคิดเห็นส่วนตัวฉันคิดว่า


"สิ่่งที่ทำให้คุณยายมีอาการดีขึ้นมากนั้นเกิดจากยาต่างๆที่ช่วยบรรเทาอาการเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญที่เป็นแรงผลักดันให้คุณยายมีอาการดีขึ้น คือ กำลังใจจากครอบครัว"



      เนื่องจากเมื่อวานเป็นวันอาทิตย์ลูกของคุณยายทั้งสามคนจะหยุดงานแล้วกลับมาอยู่กับคุณยายที่บ้านพร้อมหน้ากันทั้งครอบครัวนอกจากนี้บรรดาญาติๆและหลานๆที่อยู่ในละแวกเดียวกันก็ได้แวะมาเยี่ยมและพูดคุยกับคุณยายหลายคน จึงน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คุณยายมีอาการดีขึ้นมาก โดยขณะที่ไปหาหลานสาวของคุณยาย เพื่อสอบถามเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพ คัดกรองเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เนื่องจากเป็นผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง คือ อายุมากกว่า 35 ปี มีประวัติครอบครัวเป็นโรคเบาหวานเกือบทั้งตระกูล  ฉันเองก็อดภูมิใจไม่ได้ที่หลานสาวของยายได้เล่าให้ฟังว่า "ได้ชมว่ายาของคุณยายที่จัดอยู่กล่องเป็นมื้อๆนั้น ดูดีและสะดวกมาก ซึ่งตอนนั้นคุณยายได้เล่าให้พี่ฟังว่าลูกหมอที่มาเยี่ยมเป็นคนให้และก็มาดูแลยายเกือบทุกวันเลย" (ลูกหมอ คือ สรรพนามที่ใช้เรียกแทนนักศึกษาฝึกงาน ส่วนคุณหมอ คือ เภสัชกร พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่รพสต. สำหรับแพทย์นั้นจะใช้คำว่า หมอใหญ่) 
      สำหรับคุณตาที่ป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังที่เพิ่งตรวจพบโรคเกาต์นั้น จากการไปเยี่ยมในวันนี้พบว่าคุณตาได้รับประทานยา allopurinol ซึ่งเป็นยาลดระดับกรดยูริกในเลือดแล้ว ซึ่งวันแรกที่คุณตาได้รับยามาคุณตาไม่ยอมกิน เนื่องจากยาที่กินอยู่นั้นเยอะแล้วไม่อยากกินเพิ่ม ซึ่งตอนนั้นได้

" อธิบายถึงความสำคัญของยาลดระดับกรดยูริกในเลือด แม้จะไม่มีอาการแสดงของโรคเกาต์คือ ปวดข้อก็จำเป็นต้องรับประทานเพื่อลดภาวะแทรกซ้อนทางไตและหัวใจจากการสะสมของกรดยูริกที่เนื้อเยื่อไตและหัวใจได้ "


          ตอนแรกก็แอบกังวลว่าจะทำอย่างไร จะพูดยกตัวอย่างแบบไหนดี แต่วันนี้เมื่อเห็นคุณตายอมกินยาไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่ก็ทำให้ฉันสบายใจว่าคงไม่ยากอย่างที่คิด แต่ก็คงต้องติดตามกันต่อไปว่าคุณตาจะกินยาต่อไปหรือไม่ อะไรคือเหตุผลหลักที่ทำให้คุณตายอมกินยา และสุดท้ายยา allopurinol จะทำให้โรคไตวายของคุณตาดีขึ้นหรือไม่ เป็นสิ่งที่น่าค้นหาและติดตามกันต่อไปค่ะ


" การไปชุมชนบ้านทุ่งโปร่งในวันนี้>>>ทำให้ว่าที่เภสัชกรสายพันธ์ุปฐมภูมิตัวน้อยๆอย่างฉันได้เรียนรู้ว่าการบริบาลเภสัชกรรมรายครอบครัวนั้นไม่ได้ง่ายแต่ก็คงไม่ยากเกินความสามารถของเภสัชกรไทย "


2 ความคิดเห็น:

  1. สู้น๊าค๊าาาา...เอาใจช่วยค๊า.. รอติดตามตอนต่อไปน๊าค๊าาา...^O^

    ตอบลบ