วันเสาร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2557

Week 3 Conclusion

#ครึ่งทางแล้วเด้อจ้า#

การเรียนรู้ที่จะเป็นเภสัชกรสายพันธ์ปฐมภูมิเดินทางมาถึงครึ่งทางแล้ว...มีหลายสิ่งหลายอย่างได้เรียนรู้ ทั้งด้านวิชาการ บริบทสังคมและฝึกทักษะจริงในชุมชนซึ่งเปรียบเสมือนห้องเรียนจำลองขนาดใหญ่ของนักศึกษาเภสัชกรสายพันธ์ปฐมภูมิอย่างฉัน...

ด้านวิชาการ 

ตลอดสามสัปดาห์ที่ผ่านมาความรู้วิชาการที่จะนำไปใช้ในงานปฐมภูมิมีทั้งสิ่งใหม่ที่ไม่เคยเรียนรู้และสิ่งที่เคยเรียนรู้มาบ้างแล้วแต่พี่แหล่งฝึกคอยช่วยเติมเต็มในสมบูรณ์มากขึ้น...
  • โครงสร้างการบริหารงานของโรงพยาบาลอุบลรัตน์และงานของฝ่ายเภสัชกรรมปฐมภูมิที่เชื่อมโยงกันกับหน่วยงานภายในโรงพยาบาลและรพสต. 
  • ระบบการทำงานการบริบาลเภสัชกรรมผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน โดยเฉพาะงานบริบาลเภสัชกรรมผู้ป่วยนอกที่การส่งมอบยาให้ผู้ป่วยมีกระบวนการบริบาลเภสัชกรรมที่ครบถ้วน ไม่ใช่เพียงแค่จ่ายยาและเช็คยาตามใบสั่งเท่านั้น แต่จะมีการบริบาลเภสัชกรรม คือ ค้นหาปัญาหาจากการใช้ยา (ความเหมาะสมของยากับโรค/ผู้ป่วย ขนาดและวิธีการใช้ อาการช้างเคียงจากยา ความร่วมมือในการใช้ยา) การประเมินติดตามผลการรักษาด้วยยา และการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับยา โรค สุขภาพและการปฏิบัติตัวของผู้ป่วย โดยมีเวชระเบียนผู้ป่วยประกอบการพิจารณาทุกราย
  • แนวทางการปฏิบัติการส่งมอบยาผู้ป่วยเรื้อรังและคลีนิกผู้ป่วยโรคเรื้อรังของโรงพยาบาลอุบลรัตน์ 
  • การทำงานร่วมกันของหน่วยเยี่ยมบ้านที่ประกอบด้วย เภสัชกร พยาบาล และทันตแพทย์
  • บทความวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการทำงานเภสัชกรรมปฐมภูมิ บทความเหล่านี้จะเน้นถึงบทบาทเการบริบาลเภสัชกรรมและวิธีการทำงานด้านปฐมภูมิที่เกิดประโยชน์โดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ซึ่งที่ผ่านมาบทความที่อ่านจะเป็นประโยชน์ของยาต่างๆ อาจจะไม่ใช่ประโยขน์โดยตรงต่อการทำงานเภสัชกรปฐมภูมิ 

    • Guidelines for pharmacist intregrating into primary care.
    • Efectiveness of a pharmacist-based gout care management program in a large integrated  health plan : results from a pilot study.
    • Improving Blood Pressure Control Through a Clinical Pharmacist Outreach Program in Patients With Diabetes Mellitus in 2 High-Performing Health Systems: The Adherence and Intensification of Medications Cluster Randomized, Controlled Pragmatic Trial.
  • แนวทางบริบาลทางเภสัชกรรมและดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจ เกาต์และไต
  • แนวคิดของการบริบาลเภสัชกรรมปฐมภูมิระดับบุคคล ครอบครัวและชุมชน
  • ทักษะการตรวจน้ำตาลด้วยการเจาะปลายนิ้วและการตรวจปัสสาวะโดยใช้ urine strip
  • แนวคิดการทำงานในชุมชนด้วยเครื่องมือ 7 ชิ้น และฝึกทักษะการทำแผนที่เดินดิน ผังเครือญาติและประวัติชีวิต
  • ทักษะการบริบาลเภสัชกรรมรายครอบครัว (รับผิดชอบหลัก 1 ครอบครัว) ทีประกอบด้วย คนปกติวัยเด็ก วัยทำงาน ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง ผู้ป่วย และผู้ป่วยระยะสุดท้าย
  • แนวคิดการคัดกรองโรคและฝึกทักษะการคัดกรองผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงและเกาต์ในชุมชน --> อันนี้ภูมิใจมากที่สามารถคัดกรองผู้ป่วยโรคเกาต์ที่เป็นไตวายเรื้อรังได้ พร้อมทั้งส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลและติดต่อประสานแพทย์เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาและได้รับยาลดระดับยูริกในเลือด
  • แนวคิดการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย (การเยียวยาผู้ป่วยและครอบครัว)
  • ทักษะการบริบาลเภสัชกรรมผู้ป่วยระยะสุดท้าย
  • ทักษะการเยี่ยมบ้านและแก้ปัญหาการใช้ยาของผู้ป่วยร่วมกับทีมพยาบาลวิชาชีพ
    • การเพิ่มความร่วมมือในการใช้ยา
    • แก้ปัญหาอาการข้างเคียงจากยา
    • ดูแลสุขภาพและส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม
    • ส่งต่อผู้ป่วย
    • ปัญหายาชุดและยาสมุนไพร (ร้านชำ รถเร่)
  • ทักษะการบริบาลเภสัชกรรมระดับชุมชนที่เน้นการดูแลปัญหาเรื่องยาและสุขภาพของคนในชุมชน โดยเรียนรู้การเข้าใจบริบทของชุมชนและระบบสุขภาพชุมชน
  • การคุ้มครองผู้บริโภคตรวจสารปนเปื้อนในอาหารและการตรวจร้านชำที่ขายยา
  • แนวทางการจัดการความเจ็บปวดในผู้ป่วยระยะสุดท้าย
  • ระบบ case management 
    • case management เป็นระบบการดูแลผู้ป่วยแต่ละรายแบบต่อเนื่อง (การดูแลแบบไร้รอยต่อ) ไม่ว่าผู้ป่วยจะอยู่ที่บ้าน มารับบริการในส่วนของผู้ป่วยนอก เข้ารับกการรักษาเป็นผู้ป่วยใน หรือส่งต่อไปรับการรักษาที่อื่น  มีการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องในทุกช่วงทั้งในและนอก   โรงพยาบาล

ด้านสังคม

  • เรียนรู้บริบทของชุมชนบ้านทุ่งโปร่ง การดำเนินชีวิต การอยู่ร่วมกันของคนในชุมชนและวิถีชีวิตของคนไทยภาคอีสาน
    • อาชีพ --> ทำนา (นาปี,นาปรัง) ทำไร่อ้อย รับจ้างโรงงานอุตสาหกรรม เลี้ยงไหม 
    • การดำเนินชีวิต เช่น การกิน การอยู่ กิจวัตรประจำของคนวัยต่างๆ วิถีการดำรงชีวิต
    • วัฒนธรรม ประเพณี (วันศีล งานบุญอุทฺศ ฯลฯ) 
    • ความเชื่อ
    • ภาษา
    • แนวคิดเกี่ยวกับระบบการปกครอง
    • อุปนิสัย บุคคลิก และแนวคิดการใช้ชีวิต
    • ระบบการพึ่งตัวเองในชุมชน
    • ระบบสาธารณูปโภคในชุมชน-->แหล่งน้ำกิน น้ำใช้
  • เข้าใจถึงความแตกต่างของชุมชนในแต่ละที่ ดังนั้นการแก้ปัญหาและการดูแลสุขภาพชุมชนไม่มีสูตรสำเร็จในการจัดการ แต่เราต้องเปลี่ยนแนวทางการจัดการให้สอดคล้องกับบริบทของชุม เช่นแนวทางการจัดการบางอย่างอาจจะเกิดผลดีมากในชุมชนหนึ่ง แต่เมื่อถ้านำมาใช้ในอีกชุมชนหนึ่งอาจจะเป็นแนวทางที่ล้มเหลวที่สุดก็ได้
  • เรียนรู้และวางแนวทางการดูแลสุขภาพโดยใช้บริบทของชุมชนเป็นศูนย์กลาง (เราต้องปรับระบบของเราให้สอดคล้องกับชุมชนไม่ใช่มัวรอให้ชุมชนปรับตามสิ่งที่เรากำหนด)
" รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง --> ถ้าเราเข้าใจบริบทและปัญหาสุขภาพของชุมชน อย่างถ่องแท้ แนวทางการดูแลสุขภาพและการใช้ยาที่จัดขึ้นสำหรับคนในชุมชนก็จะเป็นแนวทางที่ตรงประเด็นและเกิดประโยชน์กับคนในชุมชมมากที่สุด"

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น